ข้อดีและข้อควรระวังของการจัดฟันแบบใส Invisalign ที่ทุกคนคนต้องรู้

ข้อดีและข้อควรระวังของการจัดฟันแบบใส Invisalign ที่ทุกคนคนต้องรู้ รูปแบบการจัดฟันที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ดารานักแสดงทั้งหลายหันมาจัดฟันแบบใสกันมากขึ้น ด้วยเหตุผลที่ว่าดารานักแสดงต่างต้องโชว์หน้าตาและรอยยิ้มอยู่เสมอ การจัดฟันแบบติดเหล็กคงจะไม่เหมาะและดูขัดตา แล้วทำไมดาราถึงนิยมจัดฟันแบบใส คืออะไร มีข้อดี และข้อควรระวังอย่างไร ที่สำคัญหากต้องการจัดฟันแบบใสจะเลือกโรงพยาบาลทันตกรรมในการจัดฟัน

จัดฟันใส Invisalign คืออะไร

จัดฟันใส Invisalign หรือดัดฟันแบบใส เป็นเครื่องมือแบบใหม่ในการจัดฟัน ช่วยแก้ไขปัญหาการเรียงตัวของฟันให้มีความสวยงามเหมาะสมได้โดยไม่ต้องติดเครื่องมือ การจัดฟันใสสามารถถอดออกได้เมื่อต้องการ

นวัตกรรมในปัจจุบันด้านการจัดฟันก้าวล้ำนำหน้าแบบเหล็กจัดฟันไปไกล สำหรับคนที่ไม่อยากโชว์เหล็กจัดฟัน หรือ ทนไม่ไหวกับการมีเหล็กจัดฟันคาปาก เพราะเคี้ยวอาหารไม่สะดวก ทำความสะอาดยาก แนะนำให้เลือกการจัดฟันแบบใสที่เรียกว่า Invisalign

Invisalign คือ การจัดฟันแบบพลาสติกใสที่ผิวสัมผัสเรียบ ไร้ลวดเหล็ก ประกอบด้วยชุดเครื่องมือจัดฟันแบบใสถอดได้ โดยเครื่องมือจะออกแบบและผลิตขึ้นมาเฉพาะบุคคล ใส่สบาย ใสจนแทบมองไม่เห็น ไม่ระคายเคืองต่อเนื้อเยื่อในปาก สามารถถอดออกง่าย ทานอาหาร หรือ แปรงฟันก็สะดวกสบาย เครื่องมือจัดฟันแบบใส สามารถทำให้ฟันของคุณจัดเรียงตัวได้สวยงาม และสามารถทำให้หน้าดูเหมือนปกติ โดยเครื่องมือจัดฟัน Invisalign แต่ละชุดจะค่อย ๆ จัดเรียงฟันอย่างเป็นธรรมชาติ

การรักษาโดยเฉลี่ยแล้วจะใช้เวลาในการรักษาประมาณ 1-2 ปี จะใช้เวลาการรักษาน้อยกว่าการจัดฟันแบบด้านนอกทั่วไปประมาณ 30% ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัญหาทางด้านสุขภาพฟันและโครงสร้างฟันของแต่ละคน ดังนั้นระยะเวลาจึงอาจไม่เท่ากันในแต่ละบุคคล คนไข้จะต้องเข้ามาพบOrthodontistทุก ๆ 6-8 สัปดาห์เพื่อดูความคืบหน้าของการจัดเรียงฟัน และเปลี่ยนเครื่องมือจัดฟันชุดใหม่ เพราะแต่ละชุดจะทำให้ฟันค่อย ๆ เคลื่อนไปสู่ตำแหน่งที่ทันตแพทย์จัดฟันกำหนดไว้

ขั้นตอนของการจัดฟันแบบใส

ขั้นตอนการจัดฟันใสที่ TDH Dental มีด้วยกัน 5 ขั้นตอน เพื่อการปรึกษาวางแผนและจัดฟันอย่างถูกวิธีตรงมาตรฐาน มีขั้นตอนดังต่อไปนี้

1. ปรึกษาสำหรับการจัดฟันแบบใสอินวิสไลน์ (Consultation)
โดยการพบทันตแพทย์เพื่อรับการปรึกษาสำหรับการจัดฟันแบบใสอินวิสไลน์

2. เก็บข้อมูลและตรวจสภาพฟัน (Invisalign Submission)
โดยหลังจากตัดสินใจเข้ารับการรักษากับทางทันตกรรมจัดฟันแบบใสอินวิสไลน์แล้ว ขั้นตอนต่อไป เป็นการเก็บข้อมูลของคนไข้ก่อนเริ่มการรักษาและตรวจสภาพฟัน

3. เตรียมฟันสำหรับการจัดฟันแบบใสอินวิสไลน์ (Tooth Preparation)
เป็นขั้นตอนการเตรียมฟันสำหรับเริ่มการรักษา และ แสกนฟันสามมิติ ด้วย iTero Element เพื่อส่งข้อมูลในทางห้องแลปที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

4. รับเครื่องมือจัดชุดแรก (Receive the first aligners)
ขั้นตอนนี้จะต้องมีการติดตุ่มบนฟัน (Attachment) ก่อนที่จะรับเครื่องมือจัดฟันชุดแรก รวมถึง ดูแผนการรักษาเป็นวิดีโอสามมิติ (Clincheck) ที่ถูกออกแบบโดยทันตแพทย์ โดยปกติทันตแพทย์จะนัดทุก ๆ 2 เดือน เพื่อตรวจและรับเครื่องมือจัดฟันชุดต่อ ๆ ไป

5. การทำเครื่องมือคงสภาพฟัน (Vivera Retainer)
เมื่อจบกระบวนการจัดฟันแบบใสแล้ว ควรต้องใส่เครื่องมือคงสภาพฟัน เพื่อคงรักษารูปแบบฟันเอาไว้ไม่ให้เคลื่อน หรือ เปลี่ยนทิศทางจากเดิม ซึ่งเครื่องมือคงสภาพฟันนี้ผลิตโดยบริษัทอินวิสไลน์ มีชื่อเรียกว่า Vivera Retainer

ข้อดีและข้อควรระวังของการจัดฟันใส

ข้อดีของการจัดฟันแบบใส

1. เครื่องมือจัดฟันแบบใสสามารถถอดออกได้สบาย ๆ จึงสามารถทานอาหารได้ตามต้องการ ช่วยให้การทานอาหารง่ายดายเสมอ ไม่ต้องคอยระวังไม่ให้ตัวเครื่องมือจัดฟันแบบใสหลุด

2. เครื่องมือจัดฟันแบบใส ถ้าไม่สังเกตดี ๆ จะมองไม่เห็นตัวเครื่องมือเลย เพราะเป็นพลาสติกใสโปร่งแสง ทำให้โชว์รอยยิ้มได้อย่างมั่นใจ นี่จึงเป็นเหตุผลหลักๆ ที่ดารานักแสดงเลือกจัดฟันแบบใส

3. การจัดฟันแบบใสสามารถถอดเครื่องมือออกมาเพื่อแปรงฟันได้ง่าย รวมถึงการใช้ไหมขัดฟันขจัดเศษอาหารได้สะดวกกว่า ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายซื้อแปรงแบบพิเศษ ส่วนเครื่องมือจัดฟันแบบใสจะต้องทำความสะอาดด้วยเพียงใช้แปรงสีฟันขัดเบา ๆ แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด ควรทำทุกวันเพื่อไม่ให้ตัวเครื่องมือจัดฟันแบบใสเกิดการสะสมเชื้อโรค

4. การใส่เครื่องมือจัดฟันแบบใสจะไม่มีแผลในปาก เพราะไม่ต้องติดเครื่องมือจัดฟันและลวดที่เป็นเหล็ก โอกาสจะบาดเหงือกมีน้อยมาก สามารถทำกิจกรรมได้ตามสะดวก ตัวเหล็กจะไม่ทิ่มกับกระพุ้งแก้ม

5. สามารถพูดคุยออกเสียงได้เหมือนเดิม การใส่เครื่องมือจัดฟันแบบใสไม่ส่งผลอะไรกับการขยับรูปปาก โดยอาจมีแค่ 2-3 วันแรกที่อาจรู้สึกแปลกใหม่ แต่จากนั้นก็จะสามารถปิดปากได้สนิท

ข้อควรระวังในการจัดฟันแบบใส

– ห้ามกัดของแข็ง ห้ามทานอาหารที่มีกระดูก เช่น ไก่ทอด ซี่โครงหมูทอด การใช้ฟันกัดของแข็ง ๆ ทำให้เครื่องมือกระทบกระเทือน มีผลต่อฟันและเหงือกอาจอักเสบได้
– ห้ามกินของเหนียว เช่น หมากฝรั่ง ลูกอมเคี้ยวหนึบ เพราะขนมเหล่านี้อาจติดเครื่องมือได้ง่ายแต่เอาออกได้ยากมาก
– ห้ามทานผลไม้เนื้อแข็ง เช่น มะม่วงดิบ ฝรั่ง โดยหากจะเลือกทานควรหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ
– ห้ามกินถั่ว ถั่วเป็นอาหารที่มีลักษณะคล้ายแป้งละเอียดอัดกันเป็นก้อน เมื่อกินเข้าไปจะกลายสภาพเป็นเศษเหนียว ๆ ยากต่อการทำความสะอาด
– ห้ามเอาอะไรมาจิ้มหรือดันเครื่องมือโดยไม่จำเป็น